กะเหรี่ยง  :  ม้ง  :  เมี่ยน  :  มาลาบรี  :  ลาหู่  :  ลีซู  :  อ่าข่า  :  คะฉิ่น  : 

ดาราอั้ง  :   

สิบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับมอแกน

1. ต้นตระกูลของมอแกนเป็นใครมาจากไหน เป็นญาติกับซาไกหรือ “เงาะป่า” ที่อยู่แถวยะลา พัทลุง ตรัง และสตูลละเปล่า ?

จาก ตระกูลภาษาออสโตรนีเชียนที่มอแกนใช้ และจากการสืบสาวประวัติศาสตร์ และเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่านักเดินทางทางทะเลในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดกันว่ามอแกนคงจะสืบเชื้อสายมาจากพวกโปรโตมาเลย์ (Proto Malay) ซึ่งเป็นคนพวกแรกๆ ที่อพยพลงมาอยู่แถบคาบสมุทรมลายู ต่อมาคนกลุ่มนี้หันมาใช้ชีวิตทางทะเล เดินทางร่อนเร่ทำมาหากินตามหมู่เกาะและชายฝั่ง ครอบคลุมอาณาบริเวณตั้งแต่หมู่เกาะมะริดในเมียนม่าร์ ลงไปทางใต้และตะวันออกจนถึงหมู่เกาะในทะเลซูลู ประเทศฟิลิปปินส์ และแถมเอาหลายๆ เกาะและชายฝั่งในมาเลเซียและอินโดนีเซียไว้ด้วย แต่ปัจจุบันการเดินทางจำกัดลงมาก และคนกลุ่มเหล่านี้ก็แยกย้ายกระจัดกระจายกัน พัฒนาการของสังคมวัฒนธรรมและภาษาก็ต่างกันออกไปจนแยกเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม

มอแกนกับซาไก (อันที่จริงควรเรียกว่า “มันนิ” ซึ่งเป็นชื่อที่เค้าเรียกตัวเอง) ไม่ได้เป็นญาติกัน ลักษณะทางกายภาพก็ต่างกัน (โปรดดูภาพ) มันนิเป็นพวกเนกริโต ในขณะที่มอแกนเป็นพวกโปรโตมาเลย์

ภาษาก็ต่างกัน (มันนิพูดภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก ซึ่งเป็นภาษากลุ่มมอญ เขมร) มันนิเองก็มีกลุ่มย่อยๆ ที่มีภาษาถิ่นต่างกันออกไปอีก มันนิส่วนหนึ่งพูดภาษามลายูได้ และมอแกนหลายคนก็พูดภาษามลายูได้ ดังนั้น มอแกนกับมันนิสื่อสารกันได้ด้วยภาษากลางเช่น ภาษามลายูหรือภาษาไทย แต่ถ้าให้เจรจากันด้วยภาษาของตัวเองแล้ว ก็ฟังกันไม่รู้เรื่อง ต้องใช้ภาษาใบ้ประกอบเยอะๆ

อ้อ! อีกอย่างนึง มอแกนไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากพวกชนพื้นเมืองของหมู่เกาะนิโคบาร์-อันดามันใน ประเทศอินเดีย ชนพื้นเมืองที่นั่นก็มีหลายกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่เป็นเนกริโต

มอแกน (เสื้อสีฟ้าอ่อน) กับเพื่อนชาวมันนิ (ซาไก) จากจังหวัดยะลาและตรัง

2. ชาวเลในเมืองไทยมีกี่กลุ่ม ?

ชาว เลในเมืองไทยมี 3 กลุ่ม คือ 1) มอแกน 2) มอแกลน (ซึ่งมอแกนเรียกว่า “ออลัง ตามับ”) และ 3) อูรักลาโว้ย มอแกนและมอแกลนมีภาษาใกล้เคียงกันมาก ส่วนภาษาอูรักลาโว้ยนั้น แม้จะเป็นภาษาตระกูลออสโตรนีเชียนเหมือนกัน แต่ก็พูดกับมอแกนและมอแกลนไม่รู้เรื่อง เพราะมีศัพท์และสำเนียงต่างกัน อูรักลาโว้ยและมอแกลนตั้งหลักแหล่งค่อนข้างถาวร และมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปค่อนข้างมากจนกลายเป็นคนไทยไปแล้ว และมักถูกเรียกขาน (รวมทั้งเรียกตนเองด้วย) ว่า “ไทยใหม่”

หมู่บ้านอูรักลาโว้ยที่แหลมตุ๊กแก จังหวัดภูเก็ต

หมู่บ้านอูรักลาโว้ย ที่สังกะอู้ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่

3. มอแกนแปลว่าอะไร ?

ถ้า ถามมอแกนว่า “มอแกนแปลว่าอะไร” ก็มักจะได้รับคำตอบดังนี้ 1) หม่ายรุ ( = ไม่รู้และไม่เห็นน่าต้องรู้เลย) 2) หม่ายรุ และ 3) หม่ายรุ ซึ่งก็ไม่เห็นแปลก เพราะว่าถ้ามีใครมาถามเราว่า “สยาม” แปลว่าอะไร เราก็คงจะตอบคล้ายๆ กัน แถมยังจะบอกว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาเก่งๆ แบบคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ และรศ.ศรีศักร วัลลิโภดมศึกษาไปดีกว่า

นัก มานุษยวิทยา Jacques Ivanoff สันนิษฐานว่าชื่อมอแกนเป็นคำที่ย่อมาจากคำว่า “ละมอ” (ภาษามอแกน แปลว่า จม) และ “แกน” ซึ่งเป็นชื่อของน้องสาวของราชินีในตำนานเก่าแก่ของมอแกน คือว่าตำนานนี้ค่อนข้างยาว แต่สรุปได้ว่าน้องสาวคนนี้ไปแย่งคนรักของพี่สาว จึงถูกสาปแช่งให้ตนเองและพรรคพวกต้องมีชีวิตเร่ร่อนอยู่ในทะเล ถ้าอยากรู้รายละเอียด ควรอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือประมวลตำนานมอแกน ชื่อ Rings of Coral

4. มอแกนนับถือศาสนาอะไร ?

มอ แกนนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวิญญาณต่างๆ ในธรรมชาติ รวมทั้งวิญญาณบรรพบุรุษที่มี “หล่อโบง” หรือเสาวิญญาณบรรพบุรุษ ทั้งชาย (แอบ๊าบ) และหญิง (เอบูม) เป็นสัญลักษณ์ มอแกนมีพิธีฉลองที่สำคัญประจำปีคือพิธี “เหนียะเอ็นหล่อโบง” หรือการฉลองเสาวิญญาณบรรพบุรุษ ซึ่งบางทีในพิธีนี้ก็มีการลอยเรือสะเดาะเคราะห์คล้ายๆ กับ อูรักลาโว้ยที่ภูเก็ต ลันตา หรือลิเป๊ะ ในขณะที่อูรักลาโว้ยเรียกเรือสะเดาะเคราะห์ว่า “ปลาจั๊ก” ชาวเลมอแกนเรียกเรือนี้ว่า “หล่าจัง” การลอยเรือมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกัน คือเพื่อนำเอาเคราะห์ร้าย โรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์โศกต่างๆ ออกไปจากชุมชน

ส่วนพิธีฉลองเสา วิญญาณบรรพบุรุษของมอแกนนั้น จัดขึ้นในวันข้างขึ้น เดือนห้าทางจันทรคติ มอแกนจะไม่ออกไปทำมาหากินเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ในช่วงนั้น จะมีงานฉลอง ที่มีการดื่มกิน การเล่นดนตรีร่ายรำ การเข้าทรงทำนายโชคชะตาของหมู่บ้าน และมีญาติพี่น้องจากเกาะต่างๆ มาพบปะสังสรรค์กัน

หล่อโบงสร้างใหม่เพื่อเป็นสิ่งประดับประดา

หล่อโบงและศาลดั้งเดิมของมอแกน

5. ไหนล่ะ เรือไม้ระกำของมอแกน ?

เรือ มอแกนที่เห็นกันอยู่ไม่ใช่เรือไม้ระกำ (ไม้ระกำมีลักษณะเป็นท่อนเล็กเรียวแบบต้นอ้อย) สมัยนี้มอแกนใช้ไม้กระดานทำเรือกันหมดแล้ว เรือไม้ระกำเหลือเพียงไม่กี่ลำในพม่า มอแกนส่วนใหญ่เลิกใช้ไม้ระกำเสริมกราบเรือแล้ว เพราะไม้ระกำมีอายุใช้งานเพียง 3-6 เดือนเท่านั้น มอแกนหันมาใช้ไม้กระดานเนื่องจากมีความคงทน ใช้ได้นานหลายปี ส่วนมาดเรือนั้นใช้ได้นานหลายสิบปี และบางทียังสืบทอดมาถึงรุ่นลูกหลานด้วย หลังจากที่มอแกนหันมาใช้ไม้กระดาน ใบเรือก็หมดประโยชน์ใช้สอยไปด้วย เนื่องจากเรือไม้กระดานมีน้ำหนักมาก ต้องขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

ก่าบางไม้กระดานที่เกาะสุรินทร์

พิธีบูชาวิญญาณเพื่อให้ปกป้องคุ้มครองหมู่บ้าน

6. อาหารหลักของมอแกนคืออะไร ?

ใน สมัยก่อน อาหารหลักของมอแกนคือหัวมัน หัวกลอย พืชผัก ยอดไม้ ผลไม้ป่า ปลา ปู หอยชนิดต่างๆ ข้าวถือว่าเป็นอาหารพิเศษที่หาได้ยาก ต่อมาเมื่อมอแกนถูกดึงเข้ามาในระบบค้าขายแลกเปลี่ยน ข้าวจึงกลายเป็นอาหารหลัก และยังเป็นเครื่องประกันความอิ่มท้องเพราะเก็บรักษาได้นานไม่เหมือนอาหารสด อื่นๆ ที่เน่าเสียได้ง่าย มอแกนขายเปลือกหอยและสัตว์ทะเลเพื่อซื้อข้าวสารตุนเอาไว้เป็นกระสอบๆ โดยเฉพาะในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่การออกทะเลค่อนข้างยากลำบาก

กับ ข้าวของมอแกนมักจะต้ม ย่าง ทอด หรือผัด ถ้ามีเครื่องปรุงเช่น พริก หอม กระเทียม ตะไคร้ น้ำปลา น้ำตาล ก็จะใส่ลงไปให้รสชาติเข้มข้น “ช่อบาย” หรือกับข้าวของมอแกนมักจะมีรสเผ็ดเป็นหลัก

สมัยนี้มอแกนหันมาติดใจ อาหารขยะ เช่น บะหมี่สำเร็จรูป ขนมถุง และน้ำอัดลมกระป๋อง (เหมือนคนเมืองอย่างเรายังไงไม่รู้) อาหารที่คุณค่าโภชนาการต่ำอย่างนี้ทำให้สุขภาพมอแกนย่ำแย่ลง มอแกนอยู่ไกลหมอ ถ้าเจ็บไข้ไม่สบายจะทำยังไง? (ดูคำถาม-คำตอบอันต่อไปได้จ้า) และถ้าเด็กๆ มอแกนฟันผุเค้าจะไปหาหมอฟันยังไง (และที่สำคัญไปกว่านั้น จะเอาสตางค์ที่ไหนไปหาหมอฟัน)

ถ้างั้น เราอย่าเอาอาหารขยะไปให้มอแกนดีกว่า ควรให้ข้าวสาร (ก็มันมีประโยชน์แน่ๆ และเก็บไว้ได้นาน) ผลไม้สด (หากินยาก มอแกนกินแต่ผลไม้ป่า ไม่ค่อยมีเนื้อหนังเท่าไหร่) ผักสด และอาหารแห้ง (ที่ไม่ใช่อาหารขยะ)

 

7. มีมอแกนที่ไหนอีก ?

หมู่ เกาะมะริดในเมียนมาร์ยังมีประชากรมอแกนอีกนับพัน พม่าเรียกมอแกนว่า ซลัง เซลัง หรือ ซาเลา (Selon) สันนิษฐานว่าคำนี้คงจะมาจากคำว่าฉลางหรือถลาง ซึ่งเป็นชื่อโบราณของภูเก็ต (Junk Selon) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีชาวเลมาชุมนุมกันอยู่มากในสมัยก่อน

 

8. ถ้าเจ็บไข้ไม่สบายมอแกนทำยังไง ?

มอ แกนมีหมอพื้นบ้านที่รักษาโดยการเข้าทรง เพื่อเจรจากับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขอให้ปัดเป่าความเจ็บป่วยออกไป มอแกนใช้สมุนไพรหลายอย่างด้วย ส่วนการคลอด มอแกนยังใช้หมอตำแย ซึ่งเป็นป้าๆ มอแกนที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำคลอดเป็นอย่างดี สมัยนี้มอแกนหันมาใช้ยาและการรักษาสมัยใหม่มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังใช้วิธีคลอดโดยหมอตำแยอยู่ และยังรักษาประเพณีการอยู่ไฟเพื่อให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

โต๊ะหมอมอแกนทำพิธีเสกน้ำเพื่อรักษาคนไข้

9. ทำไมในหมู่บ้านมอแกนมีผู้หญิงเยอะ ?

เมื่อเข้าไปหมู่บ้านมอแกนที่เกาะสุรินทร์ จะสังเกตเห็นว่ามีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจาก

  • ผู้ชาย มักจะออกทะเลแทบทุกวัน บางทีเดินทางไกลไปยังเกาะต่างๆ ในพม่าเพื่อจับปลา งมหอยและปลิงทะเล เราจึงไม่ค่อยเห็นผู้ชายมอแกนในหมู่บ้าน ยกเว้นวันที่เค้าหยุดพักจากการออกทะเล
  • ผู้ชายต้องดำน้ำลึก และเสี่ยงต่อภัยอันตรายต่างๆ จึงตายเร็วกว่า หากนับจำนวนประชากรแล้ว ผู้หญิงมอแกนมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย
  • ใน ปัจจุบัน ผู้ชายบางคนติดสารเสพติด ทั้งยังต้องทำงานตรากตรำยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้เงินมาซื้อข้าวสารและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ช่วงชีวิตเลยยิ่งสั้นเข้าไปใหญ่ ถ้าท่านยังมีความเห็นอกเห็นใจอยู่บ้าง ก็คงจะไม่เอาเหล้า บุหรี่ หรือสารเสพติดไปเป็นของฝากให้มอแกน เพราะจะเป็นการเร่งให้เค้าอยู่ในโลกนี้สั้นลงไปอีกนะจ๊ะ

 

10. มอแกนถือสัญชาติอะไร ?

ที่ เกาะสุรินทร์มีมอแกน 4-5 คนเท่านั้น ที่มีสัญชาติและบัตรประชาชนไทย ส่วนใหญ่ยังไร้สัญชาติและยังไม่ได้รับความคุ้มครองในฐานะพลเมืองไทย หน่วยงานรัฐคงจะเห็นว่ามอแกนเป็นกลุ่มเร่ร่อนที่เดินทางไปมาข้ามพรมแดนไทย -เมียนมาร์อยู่บ่อยครั้ง แต่จริงๆ แล้ว มอแกนกลุ่มนี้ตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เกาะสุรินทร์มาก่อนจะประกาศเป็นอุทยาน แห่งชาติ เด็กๆ หลายคนเกิดที่นี่ และถือว่าเกาะสุรินทร์เป็นบ้านของเขา

 

ที่มา: โครงการนำร่องอันดามัน

 
เข้าพิพิธภัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version